.
Breaking News
recent

ตดหมูตดหมา ช่วยได้ เสริมสมถนะทางเพศชายให้แข็งแรง



„เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ภญ.วัจนา ตั้งความเพียร หัวหน้างานการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยว่า กระพังโหมหรือตดหมูตดหมา เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นเหม็น ทำให้ถูกละเลยและมองว่าเป็นเพียงวัชพืชตัวหนึ่ง แต่จากการศึกษาข้อมูลภูมิปัญญาของไทย และการศึกษาวิจัยในต่างประเทศ พบว่าตดหมูตดหมามีสรรพคุณในการลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันแอลดีแอลหรือไขมันเลว นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณในการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย เพราะมีฤทธิ์ในการเพิ่มแอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชาย ดังนั้นในผู้ชายวัยทองที่เริ่มพร่องฮอร์โมน เริ่มมีปัญหา ก็จะสามารถเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ “ตัวนี้แตกต่างจากหมามุ่ยที่มีฤทธิ์ในการเพิ่มพละกำลัง เพิ่มความแข็งแรงของสเปิร์ม แต่ตดหมูตดหมาจะเพิ่มแอนโดรเจนซึ่งนอกจากจะทำให้สมรรถทางเพศดีแล้ว ยังมีผลในการสร้างกล้ามเนื้อ ล่ำขึ้น”ภญ.วัจนา กล่าว และว่า ปัญหาสมรรถภาพทางเพศของชายเกิดจากหลากหลายสาเหตุ ทั้งเรื่องอารมณ์ ปัญหาหลอดเลือด ปัญหาการพร่องฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งถ้าเกิดจากภาวะพร่องฮอร์โมนนั้นสามารถใช้สมุนไพรตดหมูตดหมามาแก้ไขได้ แต่ถ้าปัญหาเกิดจากเรื่องหลอดเลือดไม่ดี ก็ต้องเลี่ยงไปใช้ตัวอื่น แต่ที่จริง ตดหมูตดหมาไม่ได้มีผลต่อผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ภญ.วัจนา กล่าวอีกว่า ในประเทศไทยยังไม่มีการพัฒนาสมุนไพรดังกล่าวไปในเชิงการทำเป็นยา หรืออาหารเสริมเพื่อเพิ่มสรรถภาพทางเพศ เนื่องจากติดที่ข้อกฎหมายหลายๆอย่าง ส่วนใหญ่จะเน้นไปในเรื่องของการช่วยรักษาโรคเรื้อรังมากกว่า แต่หากหน่วยงานระดับสูง เช่น กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สนใจนำสมุนไพรตัวนี้ไปพัฒนาต่อยอด ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศก็ยินดีให้ความร่วมมือ เพราะวัตถุดิบมีมากพออยู่แล้ว ภญ.วัจนา ยังกล่าวถึงการเปิดตัวสูตรชาตัวหอมเสริมคอร์สเจ้าสาว ว่า ขณะนี้พบว่าประชาชนให้การตอบรับดีมากมี ทั้งผู้ที่เดินทางมาสอบถามที่งาน"มหกรรมเมืองสุขภาพดี วิถีชุมชน" จำนวนมาก และโทรศัพท์เข้ามาสอบถามว่ามีการจำหน่ายที่ใดบ้าง ทำให้จากเดิมที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผลิตออกมาเพื่อเสิร์ฟที่สปาของรพ.เท่านั้น ต้องเร่งผลิตออกมาวางจำหน่ายให้ที่งานนี้ก่อน คาดว่าจะสามารถวางจำหน่ายได้ในวันที่ 10 ก.ค.นี้ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ผลิตสินค้าในชุมชน (โอทอป) ติดต่อเข้ามาเพื่อขอข้อมูลในการนำไปผลิตเป็นสินค้าโอทอป เพื่อวางจำหน่ายต่อไป ซึ่งตรงนี้ทางโรงพยาบาลฯไม่ได้หวงอยู่แล้ว ถือว่าเป็นความสำเร็จมากกว่าที่สามารถเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับประชาชนได้ และยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับดอกไม้ไทยอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้ ทางโรงพยาบาลฯจะพัฒนาสูตรความหอมเพิ่มขึ้น เป็นการต่อยอด ซึ่งคาดว่าน่าจะทันงานมหกรรมสุขภาพแห่งชาติในเร็วๆนี้.“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/politics/333711
ไม่ระบุชื่อ

ไม่ระบุชื่อ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Business

Design

ขับเคลื่อนโดย Blogger.